ประวัติและข้อมูลทั่วไป โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ประวัติโรงเรียนโดยสังเขป
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ก่อตั้งขึ้นในราว ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2442) ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเทพมุณีได้ตั้งโรงเรียนสอนกุลบุตรกุลธิดาขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ (วัดสะแกเดิม)ตั้งอยู่ใกล้บ้านหนองบ่อ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ มีนักเรียน 100 คน ครู 1 คน ต่อมาหลวงพิทักษ์ นรากร ผู้ว่าราชการเมืองชัยภูมิ ได้ขอรับบริจาคเพื่อปรับปรุงโรงเรียนโดยมีผู้บริจาคดังนี้
นายแก้วเล็ก(คนใช้) 1 บาท นายต่วน(เสมียนตรี) 1 บาท นายน้อย(เสมียนสามัญ) 2 บาท หลวงอินอาญา(นักการ) 8 อัฐ หลวงสิทธิ์การภักดี (ปลัดเมือง) 12 บาท ขุนศรีนิติสาร(สัสดี) 4 บาท ขุนสง่าบุริรักษ์(จ่าเมือง) 4 บาท หลวงประกิจ สรรพกร (ผู้ช่วย) 10 บาท หลวงนรินทร์สงคราม (นายอำเภอจัตุรัส) 8 บาท รวม 166 บาท 8 อัฐ หลวงพิทักษ์นรากร ได้นำเงินที่ได้ไปจ้างครูเพิ่มเป็น 2 คน คนละ 5 บาทต่อเดือนรวมปีหนึ่ง 144 บาท คงเหลือเงิน 22 บาท 8 อัฐ ได้นำไปซื้อม้านั่งสำหรับนักเรียน มีพระครูจรูญ นิโรธกิจ (จรูญ คำภีระ)ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์และเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธานในการให้การศึกษาเล่าเรียนแก่คฤหัสถ์และบรรพชิต
ต่อมาการศึกษาของคฤหัสถ์และบรรพชิตแยกออกจากกันเป็นสองฝ่ายเปิดสอนระดับประโยคหนึ่ง
(ป.5 ถึงป. 7) และประโยคสอง (ม.ศ. 1 ถึง ม.ศ.3) โดยมีพระอาจารย์เกิดเป็นครูใหญ่คนแรก
วันที่ 2 ธันวาคม รศ.121 (พ.ศ. 2442) หลวงพิทักษ์นรากรผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ สมัยนั้นได้เสนอเรื่องขอตั้งโรงเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย
วันที่ 12 ธันวาคม ร.ศ. 121(พ.ศ. 2442) พระยาศรีสหเทพราชปลัดทูลฉลองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังพระยาสุริยศักดิ์ปลัดกระทรวงธรรมการ และได้เสนอต่อไปยังสำนักราชเลขานุการได้นำความกราบบังคมทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ และความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสลายพระหัตถ์อนุโมทนา วันที่ 25 ธันวาคม ร.ศ. 121(พ.ศ. 2442) พระยาวุฒิการบดีได้แจ้งเรื่องกลับมาในวันที่ 27 ธันวาคม ร.ศ.121
(พ.ศ.2442)
ราว พ.ศ. 2445 พระอาจารย์เกิดลาออกจากราชการ ทางราชการแต่งตั้งพระอาจารย์เปล่ง เป็นครูใหญ่แทน
ราว พ.ศ. 2450 พระอาจารย์เปล่งลาออกจากราชการ กลับภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดนครราชสีมา ทางราชการจึงแต่งตั้งให้พระอาจารย์ป้อมเป็นครูใหญ่และปีเดียวกันโรงเรียนย้ายมาเรียนที่วัดทรงศิลา โดยอาศัยศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เรียน
พ.ศ. 2452 นายพรหมมา ศิริพรหมมา เป็นครูใหญ่และในปี พ.ศ. 2456 ทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ายกองทหารไปรวมอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ยกอาคารให้เป็นสถานศึกษา โรงเรียนจึงได้ย้ายไปอยู่ที่กองทหาร(อยู่ที่สนามบินปัจจุบัน) ต่อมาย้ายกองทหารกลับ จึงจำเป็นต้องย้ายที่เรียนไปวัดทรงศิลาอีกครั้งหนึ่ง
กระทั่งปี พ.ศ.2458 ทางราชการได้สร้างโรงเรียนใหม่ขึ้น ณ. สถานที่ปัจจุบัน เดิมบริเวณที่สร้างโรงเรียนใหม่นี้เป็นที่นาของนายพรหมมา ศิริพรหมมา ซึ่งได้ซื้อไว้เป็นราคา 11 บาท ( จำนวน 23 ไร่เศษ )
นายพรหมมา ได้ขายให้คนอื่นต่อไป และทางราชการได้ซื้อต่อไว้เป็นที่สร้างโรงเรียนด้วยราคาประมาณ 20 บาท สภาพของโรงเรียนหลังใหม่นี้เป็นเรือนไม้ ใต้ถุนเตี้ยชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสี
พ.ศ. 2459 ทางราชการได้แต่งตั้งนายหนู (มนู) นาคามะดี วุฒิ ป.ม. จากนครราชสีมา
มาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ และมาช่วยกันกับนายพรหมมา ก่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่จนสำเร็จ จึงได้ย้ายสถานที่เรียนจากวัดทรงศิลามาเรียนที่โรงเรียนใหม่และได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
พ.ศ. 2460 โรงเรียนได้เปลี่ยนหลังคาจากสังกะสีเป็นมุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ทั้งหลัง ขณะที่เปลี่ยนหลังคานี้ได้ให้นักเรียนไปเรียนใต้ถุนศาลากลางจังหวัดเป็นการชั่วคราว
พ.ศ. 2471 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสะโนบล เป็นครูประจำชั้น
พ.ศ. 2473 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสะโนบล เป็นครูประจำชั้น ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ให้นายเหลือ คำพิทักษ์ ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำจังหวัดนครราชสีมา (ปัจจุบันนี้ชื่อโรงเรียนสุรนารีวิทยา) มาเป็นครูประจำชั้น
พ.ศ. 2475 ได้เปิดการสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่สถานที่เรียนไม่พอ จึงได้สร้างอาคารเรียนขึ้นอีก 2 หลัง อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของอาคารเรียนหลังเก่าประมาณ 20 เมตร เป็นเรือนไม้พื้นสูง หลังคามุงสังกะสี
พ.ศ. 2476 นายมนู นาคามะดี ย้ายไปเป็นครูโรงเรียนนครราชสีมา ทางราชการจึงแต่งตั้งให้
นายกุหลาบ ประภาสะโนบล วุฒิ ป.ม. ครูมัธยมขึ้นเป็นครูใหญ่แทน
พ.ศ. 2477 ได้รื้ออาคารหลังเก่าสร้างใหม่ ให้พื้นสูงเท่ากันกับ ระดับอาคารเรียนใหม่ 2 หลัง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และขยายต่อออกไปเป็นอาคารหลังเดียวกัน หลังคาเปลี่ยนเป็นมุงสังกะสีเหมือนกันหมด ข้างล่างลาดซีเมนต์ กั้นห้องเรียนด้วยซี่กรงเหล็ก อาคารเก่าสร้าง (ปรับปรุง) ด้วยเงินจากการบริจาค ราคาประมาณ 1,800 บาท
พ.ศ. 2478 ทางราชการได้ย้ายนายกุหลาบ ประภาสะโนบล ไปเป็นครูใหญ่จังหวัดลำพูน ทางราชการได้แต่งตั้ง นายทอง พงศ์อนันต์ วุฒิ ป.ม. เป็นครูใหญ่แทน
พ.ศ. 2479 ได้ต่อมุขโรงเรียนหลังกลางไปทิศใต้ ขนาดเท่ากับมุขด้านหน้า และต่ออาคารเรียนหลังทิศตะวันตกออกไปทางทิศใต้อีก 1 ห้องเรียน เพื่อใช้เป็นห้องเรียนต่อไป
พ.ศ. 2481 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดชัยภูมิได้สร้างเสร็จ จึงได้โอนนักเรียนชายหญิงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนหญิงตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 3 ไปเรียนที่ นั้น ส่วนนักเรียนสตรีตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไป คงเรียนอยู่ที่เดิมร่วมกับนักเรียนชาย จนกว่าจะสอบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ทั้งหมด ก็หมดไปเอง
พ.ศ. 2488 นายทอง พงส์อนันต์ ลาออกจากราชการ ทางราชการได้แต่งตั้งนายชะลอ ปทุมานนท์ ป.ม. ธ.บ. พ.อ. ครูโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย มาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ
พ.ศ. 2490 นายชะลอ ปทุมานนท์ ลาออกจากราชการ ทางราชการได้แต่งตั้ง นายเฉลิม จิรนาท วุฒิ ป.ม. ครูโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล มาเป็นครูใหญ่
พ.ศ. 2492 ทางกระทรวงศึกษาธิการ สั่งเปลี่ยนแปลงห้องเรียนใหม่
พ.ศ. 2494 นายเฉลิม จิรนาท ได้รับตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทางราชการได้แต่งตั้งให้นายเหลือ คำพิทักษ์ ครูใหญ่โรงเรียนสกลนคร มาเป็นครูใหญ่แทน จนกระทั่ง พ.ศ. 2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ใหญ่ และเป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียนนี้
พ.ศ. 2495 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ให้งบประมาณสร้างโรงเรียนใหม่ เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 8 ห้องเรียน ในงบประมาณ 2 แสนบาท แต่สร้างเต็มหลังไม่ได้ ทางจังหวัดขอเพิ่มอีก 5 หมื่นบาทจึงสำเร็จ ตลอดจนทาสี ทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนขึ้นเรียน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2497
พ.ศ. 2497 ทางราชการได้แต่งตั้งให้นายช่วง นราลัย ป.ม.ก. เป็นผู้ช่วยครูใหญ่ ซึ่งเป็นคนแรกของการมีผู้ช่วยครูใหญ่ขึ้นในโรงเรียนชัยภูมิ
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 ทางโรงเรียนได้งบประมาณสร้างบ้านพักครู 1 หลัง เป็นเงิน 25,000 บาท ได้สร้างทางทิศตะวันออกของสระพัง สร้างเสร็จแล้วให้นายวินิช เวชสัสถ์ ครูโรงเรียนชัยภูมิขึ้นอยู่อาศัย เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2497
ในปีนี้ทางโรงเรียนได้ขยายโรงอาหารออกไปทางทิศตะวันออกและทางทิศใต้อีก เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุมด้วย โดยสร้างด้วยเงินสะสม สร้างโรงอาหารของโรงเรียนเป็นเงิน 8,225.05 บาท แต่นักเรียนมีมากขึ้นถึง 500 กว่าคน ทำให้ที่ประชุมนี้คับแคบไป
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2498 โรงเรียนได้จัดหาวัสดุมาสร้างบ้านพักครู อีกหลังหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันตกของสระพัง เป็นบ้านทรงปั้นหยา 2 ห้อง มีระเบียง 2 ข้าง และมีนอกชาน ต่อจากนี้มีครัว 2 ห้อง มีห้องน้ำ ห้องส้วมอยู่บนบ้าน สร้างขึ้นไม่มีงบประมาณ แต่ใช้เงินบำรุงการศึกษาเป็นเงิน 4,271.71 บาท สร้างเสร็จได้ให้นายบุญเรือน แช่มชื่น ครูสอนแตรขึ้นอยู่อาศัย แต่นายบุญเรือน แช่มชื่น ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2498 จึงให้นายมงคล ประภาสะโนบล อยู่แทน
พ.ศ. 2506 ได้สร้างบ้านพักภารโรงขึ้น 1 หลัง อยู่ทิศใต้ของหนองสระพัง ด้วยเงินบำรุงการศึกษา สิ้นเงิน 3,000 บาท
พ.ศ. 2506 ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณเพื่อรื้อถอน และซ่อมแซมโรงอาหารหลังเก่าขยายให้กว้าง ลาดพื้นซีเมนต์เพื่อใช้เป็นห้องฝึกพลศึกษาและใช้เป็นห้องประชุมด้วย และเงินงบประมาณยอดเดียวกันนี้ ได้ทาสีโรงเรียนหลังใหม่ และซ่อมแซมประตูหน้าต่างกระจกให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยสิ้นงบประมาณทั้งสิ้น 1 แสนบาท
ในปี พ.ศ. 2506 นี้ ทางกรมวิสามัญศึกษาได้โทรเลขให้โรงเรียนชัยภูมิ เปิดเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 ขึ้น ปีต่อมาก็เปิดปีที่ 2 ตลอดมาจนทุกวันนี้ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในเวลาต่อมา
ต้นปี พ.ศ. 2506 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งมีนายสุวัฒน์ โชคสุวัฒนกุล เป็นหัวหน้าชั้น ม.ศ. 3 ปี 2505 จัดหาเงินมาสร้างถนนคอนกรีตหน้าโรงเรียนเป็นเงิน 700 บาท แต่สร้างได้เพียงครึ่งเดียว โรงเรียนจึงได้อนุญาตจ่ายเงินบำรุงการศึกษาอีก 7,000 บาท สร้างต่อไปจนตลอดสาย
ในปีเดียวกันนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งนายสมเกียรติ วิจิตรธนสาร จัดหาเงินสร้างสนาม
บาสเกตบอลเป็นคอนกรีต สิ้นเงิน 14,458.00 บาท
ปี พ.ศ. 2507 ทางโรงเรียนขอแต่งตั้งนายทรวง ยุวกาญจน์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ต่อจาก
นายนพ อุเทนสุต ซึ่งครบเกษียณ
ปี พ.ศ. 2508 นายทรวง ยุวกาญจน์ ได้รับแต่งตั้งจากทางราชการให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทางโรงเรียนจึงขอแต่งตั้งนายธวัช สงวนรัมย์ เป็นผู้ช่วยครูใหญ่แทน
ในปีเดียวกันนี้ ได้สร้างอาคารใหม่เป็นตึก 2 ชั้น ใต้ถุนสูง 15 ห้องเรียน ได้แต่อาคารเท่านั้น การทาสีและอุปกรณ์อื่น ๆ ยังไม่มี
ในปี พ.ศ. 2509 เมื่ออาคารเสร็จในต้นปีการศึกษา 2510 จึงได้ขึ้นเรียนอาคารใหม่ซึ่งยังไม่เรียบร้อย
ในปีเดียวกันได้รื้ออาคารเก่า เหมาให้ครูโรงเรียนการช่างรื้อไป ขอเพียงให้สร้างบ้านพักครูให้ 2 หลัง จึงได้มีบ้านพักครูเพิ่มขึ้นอีก ทางทิศตะวันออกของโรงเรียน และได้ส้วมใหม่จำนวน 6 ห้อง ที่ปัสสาวะ 10 ที่ ด้วยเงินบำรุงการศึกษา 30,000 บาท
ปี พ.ศ. 2510 นายธวัช สงวนรัมย์ ลาออกจากผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ทางโรงเรียนจึงได้ขอแต่งตั้งนายสวัสดิ์ บุญจูง เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่แทน
พ.ศ. 2510 ได้สร้างเรือนพยาบาลขึ้น 1 หลัง มีลักษณะแบบบ้านพักครู เมื่อสร้างเสร็จให้
นายธวัช สงวนรัมย์ ขึ้นอยู่อาศัย และในปีเดียวกันนี้เอง ได้สร้างเสาธงชาติประจำโรงเรียนขึ้นด้วยเงินของผู้ปกครองนักเรียน เป็นเงินทั้งสิ้น 12,000 บาทเศษ เงินจำนวนนี้ผู้ปกครองนักเรียนเต็มใจบริจาคให้ไว้เพื่อสร้างเสาธงโดยเฉพาะ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2512 อาจารย์ใหญ่เหลือ คำวชิรพิทักษ์ ได้ออกจากราชการ โดยเกษียณอายุ ทางราชการจึงได้แต่งตั้ง นายชุบ วงษ์นรา ไปดำรงตำแหน่งแทน
ขณะที่นายชุบ วงษ์นรา มาดำรงตำแหน่ง ได้ขอความร่วมมือผู้ปกครองนักเรียนและของบจากการจัดงานเจ้าพ่อพญาแลปี 2514 ได้เงินมาสร้างรั้วโรงเรียนจนเสร็จสิ้นทั้ง 2 ด้าน (ทิศตะวันตก-ทิศเหนือ) นอกจากนั้นยังได้งบจำนวนนี้แบ่งไปสร้างโรงอาหารของนักเรียนอีก 1 หลัง ทางด้านงบประมาณยังได้สร้างโรงฝึกงาน, ห้องประชุม, บ้านพักครูอีก 3 หลัง และได้อาคารตึก 3 ชั้น (3-1-8) อีก 1 หลัง
พ.ศ. 2515 นายชุบ วงษ์นรา ได้รับคัดเลือกไปศึกษาต่อจึงแต่งตั้งให้นายสวัสดิ์ บุญจูง เป็นผู้รักษาการแทนอาจารย์ใหญ่ และแต่งตั้งนายนภดล จิตตวัฒนานนท์ เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ และได้มีผู้บริหารตามลำดับต่อมา ดังนี้
พ.ศ. 2517 – 2519 นายมาโนช ปานโต พ.ศ. 2519 – 2521 นายดิลก วัจนสุนทร
พ.ศ. 2521 – 2525 นายทรวง ยุวกาญจน์ พ.ศ. 2525 – 2529 นายสำลี ผดุงศรี
พ.ศ. 2529 – 2540 นายทองอินทร์ เพียภูเขียว โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานครั้งแรก พ.ศ. 2532
พ.ศ. 2540 – 2541 นายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ พ.ศ. 2541 – 2543 นายอำพัน รักษ์มณี
พ.ศ. 2543 – 2553 นายวงษ์ชัย ชนะชัย โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานครั้งที่ 2 พ.ศ. 2548
พ.ศ. 2553 – 2555 นายพิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา
พ.ศ. 2555 – 2558 นายสุรวิทย์ พลมณี โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานครั้งที่ 3 พ.ศ. 2555
พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน นายศราวุธ สิงหาราโท
พ.ศ. 2520 โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการโรงเรียนมัธยมศึกษาพัฒนาภูมิภาค (คมภ.) ใช้หลักสูตรแบบกว้าง มีวิชาบังคับ วิชาเลือก วิชาการงานและอาชีพ ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน อาคารโรงฝึกงานหลายหลัง ได้รับจัดสรรอัตราครูสายสามัญ สายอาชีพหลายอัตรา พร้อมทั้งให้คณะผู้บริหารไปฝึกอบรมที่ประเทศแคนาดาด้วย
การสถาปนาโรงเรียน
เนื่องจากวันที่ 12 ธันวาคม ร.ศ. 121 พระยาศรีสหเทพราชปลัดทูลฉลองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังพระยาสุริยศักดิ์ปลัดกระทรวงธรรมการ และได้เสนอต่อไปยังสำนักราชเลขานุการได้นำความกราบบังคมทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ และความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสลายพระหัตถ์อนุโมทนา ในวันที่ 25 ธันวาคม ร.ศ.121 (พ.ศ.2442) พระยาวุฒิการบดีได้แจ้งเรื่องกลับมาในวันที่ 27 ธันวาคม ร.ศ.121 (พ.ศ.2442)
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล โดยมีนายทองอินทร์ เพียภูเขียว
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเป็นประธาน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2544 ให้วันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ปี พ.ศ. 2547 นายวงษ์ชัย ชนะชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลในขณะนั้น ได้ประสานงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิเขต 1 รับบริจาคพื้นที่จำนวน 4 ไร่ 3 งาน (ติดโรงพยาบาลชัยภูมิ)
รวมพื้นที่ปัจจุบัน 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา
ปี พ.ศ. 2549 ได้รับทุนจากบริษัทไทยบริดจสโตน 1,800,000 บาท ก่อตั้งศูนย์พัฒนาการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ไทยบริดจสโตน
ปี พ.ศ. 2550 เข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
ปี พ.ศ. 2553 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)
ปี พ.ศ. 2553 ได้รับคัดเลือกเป็นที่ตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา จังหวัดชัยภูมิ
ที่ตั้ง และขนาด โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ตั้งอยู่เลขที่ 19 ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ หมายเลขโทรศัพท์ 0- 4481-1849 โทรสาร 0-4481-1062
ที่ตั้งปัจจุบัน อยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ และอยู่ติดกับอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล
อาณาเขต ทิศเหนือ ติดถนนบรรณาการ
ทิศตะวันออก ติดห้องสมุดประชาชน และโรงพยาบาลชัยภูมิ
ทิศใต้ ติดที่ดินส่วนบุคคล
ทิศตะวันตก ติดถนนหฤทัย
มีพื้นที่รวม 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา

สัญลักษณ์ของโรงเรียน
โรงเรียนใช้  ช.ย.    สัญญลักษณ์ของโรงเรียน

 สุภาษิตประจำโรงเรียน
นตถิ ปญญา สมา อาภา
หมายถึง “ แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี ”

สีประจำโรงเรียน   เหลือง-แดง
สีเหลือง หมายถึง   ธรรม อันได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม
หรือธรรมทั้งหลายรวมทั้งสติปัญญา
สีแดง หมายถึง   ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความสามัคคี

อุดมการณ์ของโรงเรียน / เอกลักษณ์
เรียนดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม

อัตลักษณ์ของโรงเรียน
นักเรียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้มาตรฐานสากล

วิสัยทัศน์ (Vision)   กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีของสังคม มีระเบียบวินัย มีใจสาธารณะสร้างสรรค์ความเป็นไทย  พร้อมพัฒนาศักยภาพของตนเอง

พันธกิจ (Mission)       
1.ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ดีงาม  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบวินัย  ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบและดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
2.ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง  มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณี  และกิจกรรมอื่นๆของโรงเรียน
3.สนับสนุนให้เกิดการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง  ศิษย์เก่า หน่วยงาน องค์กรและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน
4.ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

เป้าประสงค์ (Golas)    
1.ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ดีงาม  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบวินัย  ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
2.ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง  มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณี  และกิจกรรมอื่นๆของโรงเรียน
3.กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง  ศิษย์เก่า หน่วยงาน องค์กรและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน
4.ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

ยุทธศาสตร์ (Strategy)  
1.ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ดีงาม  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบวินัย  ปฏิบัติ ตนตามกฎระเบียบและดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
2.ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง  มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณี  และกิจกรรมอื่นๆของโรงเรียน
3.สนับสนุนให้เกิดการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ศิษย์เก่า หน่วยงาน องค์กรและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน
4.สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี